Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 5/5

ในเวลาเดียวกันนั้น ชเวยองก็กำลังฝันว่าตนเองกำลังนั่งตกปลากับท่านพ่อกลางสมุทรสาบที่เปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง พ่อของเขาถามว่า "นางยังอยู่ในใจเจ้าใช่ไหม" ชเวยองหันมามองหน้าท่านพ่อแล้วยอมรับว่าใช่ เขานึกถึงวันสุดท้ายที่ได้ประลองเพลงดาบของตนกับแส้ของทัน เบฮีกลางทุ่งหญ้า เบฮีบอกระหว่างประลองว่า "ไม่ต้องห่วงหลัง เพราะข้าจะคอยระวังหลังให้เจ้าเสมอ" ชเวยองจับเบฮีหมุนแล้วกดตัวลงไปนอนกับพื้นก่อนกล่าวว่า "อย่าออกนอกสายตาข้า เพื่อให้ที่ข้าจะได้คอยปกป้องเจ้า พูดจบเขาก็หลับตาแล้วค่อยๆ ยื่นหน้าไปหาใบหน้าของเบฮี แต่แล้วอยู่ๆ เบฮีก็หายไป ชเวยองรู้สึกสังหรณ์ใจจึงรีบวิ่งเข้าไปในป่าเพื่อให้ตามหาเบฮี  เบฮีทนไม่ได้ที่ถูกพระราชาหยามเกียรติและยังเป็นต้นเหตุให้หัวหน้าต้องมาตายแทน คุณจึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย ทำให้ชเวยองเสียใจมาก

อยู่ๆ ร่างของชเวยองก็ชักเกร็ง แทมานจึงร้องเรียกอึนซูและหมอหลวงชางบิน อึนซูซึ่งนอนเฝ้าข้างเตียงได้แต่ตื่นขึ้นมามองโดยไม่ลงมือทำอะไร หมอหลวงชางบินและผู้ช่วยรีบวิ่งเผ่านาดูในห้อง เขานำผ้าพันไม้มาใส่ไว้ปากของชเวยองเพื่อให้ป้องกันไม่ให้ชเวยองกัดลิ้นตัวเอง ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ รวมทั้งแทมานต่างช่วยกันจับแขนขาชเวยองเอาไว้ คงมีเพียงอึนซูที่ได้แต่ยืนนิ่ง คุณไม่เข้าใจว่าทำไมชเวยองถึงไม่ยอมฟื้น ทั้งๆ ที่คุณช่วยรักษาเขาอย่างสุดกำลังจนอาการดีขึ้นแล้ว คุณจึงรู้สึกหงุดหงิดและเดินหนีออกจากห้องไป
  
อึนซูเดินเผ่านาในสวนสมุนไพรโดยไม่รู้ว่าโทกีกำลังเก็บสมุนไพรอยู่ เมื่อเห็นอึนซูเดินเผ่านาโทกีก็รีบวิ่งไปหลบและแอบดูอยู่ห่างๆ อึนซูเตะถังน้ำด้วยความโมโห หมองหลวงชางบินเดินตามเผ่านาและเก็บถังน้ำเข้าที่เดิมก่อนเดินไปหาอึนซู อึนซูโวยวายว่าคุณช่วยระบายหนองออกจากแผลชเวยองทั้งคืน จนเลือดไหลเวียนกลับเข้าไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้แล้ว ส่วนความดันฯ ก็ปกติ แถมไข้ยังลดลงแล้ว แต่ทำไมชเวยองถึงยังไม่ยอมฟื้น หมอหลวงชางบินตอบว่า นี่ไม่ใช่นัดแรกที่ชเวยองถูกดาบแทงจนได้รับบาดเจ็บ  สำหรับคนที่มีพลังภายในอันแก่กล้าอย่างชเวยอง  ต่อให้ไม่มียาเขาก็สามารถสมานแผลและสร้างเนื้อขึ้นใหม่ด้วยตนเองได้  อึนซูจึงย้อนอย่างมีอารมณ์ว่าถ้าเก่งขนาดนั้นแล้วทำไมคราวนี้เขาถึงยังไม่ฟื้น 

หมองหลวงชางบินหยิบยกสุภาษิตจีนมากล่าวอ้าง ก่อนแปลเป็นภาษาโครยอว่า "หมอระดับล่างรักษาโรค หมอระดับกลางรักษาคน"  เขาบอกอึนซูว่า "ท่านรักษาบาดแผลให้หัวหน้าองครักษ์ แต่ (ใจ) คนยังไม่ได้รับการเยียวยา" อึนซูเล่าว่า สมัยยังเป็นผู้เรียนแพทย์ อาจารย์ของคุณมักกล่าวว่า ไม่ว่าหมอจะรักษาเก่งหรือเชี่ยวชาญสักเพียงใด แต่ถ้าคนไข้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ยากที่จะรักษาชีวิตคนไข้เอาไว้ได้ หมอหลวงชางบินรู้สึกแปลกใจที่บนสวรรค์ก็มีคนไข้ที่ไม่ต้องการรับการรักษาเช่นเดียวกับบนโลกมนุษย์  อึนซูบอกว่า คุณไม่อาจทนทำงานในสภาพนั้นได้ (รักษาแทบตายแต่คนไข้กลับไม่อยากมีชีวิต) ด้วยเหตุนี้ คุณจึงหันมาเป็นหมอศัลยกรรมตกแต่ง ทั้งๆ ที่คุณเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโรคทรวงอก

เรื่องย่อ นายตัวร้ายกับยัยราเมน (Flower Boy Ramyun Shop) ตอนที่ 10

อึนบีเดินกลับบ้านพลางคิดว่าคุณคงมาจากยุคหินอย่างที่ชีซูพูดจริงๆ จึงไม่อาจลืมจูบแรกได้  พอกลับมาถึงบ้านคุณแอบได้ยินทงจูโทรศัพท์คุยกับชายหนุ่มๆ ทางโทรศัพท์จนสับรางแทบไม่ทันก็คิดได้ว่าตัวเองหลงยุคเพราะมัวแต่ยึดมั่นอยู่กับผู้ชายงี่เง่าที่ชื่อ "คิม แจโฮ" เพียงคนเดียว คุณจึงนำข้าวของที่มีภาพความทรงจำระหว่างคุณกับแจโฮไปโยนทิ้ง

เช้าวันรุ่งขึ้น อึนบีเตรียมตัวไปลองงานเป็นครูฝึกสอนที่โรงเรียนมัธยมเป็นวันแรก (โรงเรียนที่ทงจูสอน) ทงจูบอกว่าวันนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของอึนบี เมื่อใดก็ตามที่คุณผ่านการฝึกสอนและสอบข้าราชการผ่าน ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนไปและจะมีอนาคตที่สดใส หากได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการครูก็จะได้รับการยกย่องและมีผู้ชายที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆ มาสนใจเพียบ อึนบีถามทงจูว่าคุณหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายพร้อมกันทีเดียวคนไม่ใช่น้อยได้ยังไง ทงจูแย้งว่าคุณไม่ได้หว่านเสน่ห์ ก็แค่ถามผู้ชายตรงๆ ว่าอยากออกเดทกับคุณไหม แต่ถ้าไม่อยากก็ตามใจ

อึนบีออกไปนั่งทานอาหารเช้าที่ร้านกาแฟ เมื่อเห็นเพื่อให้นๆ ของชีซูนั่งทานอาหารเช้าพลางปรึกษาหารือเรื่องบางสิ่ง คุณก็เข้าใจว่าพวกเขาเป็นคนทำงาน เลยแอบมองและให้คะแนนแต่ละคน แต่แล้วเพื่อให้นๆ ของชีซูต่างหันมายิ้มและหว่านเสน่ห์ใส่คุณ คุณเลยสำลักด้วยความเขินและรีบเดินออกจากร้าน พลางคิดว่าเช้านี้ช่างสดใสและเป็นวันที่คุณได้เปลี่ยนเป็นคนใหม่ เป็นหญิงเก่งที่ทันสมัย คุณหมายมั่นว่าจะเป็นข้าราชการครูให้ได้ เมื่อถึงวันนั้นคุณจะมองแต่ผู้ชายที่ใส่สูทและขับรถยนต์ไปทำงานเพียงแค่นั้น

ทันใดนั้น ก็มีชายชายหนุ่มขับรถสปอร์ตเผ่านาจอดตรงหน้าอึนบี เมื่อเห็นชายใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนคไทขับรถมาจอดริมถนน อึนบีก็หยุดมองด้วยความสนใจ ปรากฏว่าชายที่เดินลงจากรถคือชีซู อึนบีเห็นแล้วได้แต่อึ้ง  ถึงกระนั้นคุณก็เดินตามมาขอโทษเขาเรื่องเมื่อวานนี้ ชีซูกล่าวโดยไม่มองหน้าอึนบีว่าตนไม่สนใจเรื่องในอดีตและเดินต่อไปแบบชิลๆ อึนบีจึงใช้สายตาเรดาห์สแกนชีซูตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วให้เขา 88 คะแนน จากนั้นก็วิ่งตามแล้วเปรยว่าเขาคงมีธุระ ชีซูตอบว่าเขาจะไปชาซอง อึนบียกแก้วเครื่องดื่มในมือที่มีโลโก้และชื่อบริษัทชาซองขึ้นมาดู จากนั้นก็ให้ชีซูเพิ่มเป็น 93 คะแนน

เรื่องย่อสางนางพราย

ที่บ้านพักข้าราชการในกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมธาวลัย หรือ เมธ์ นักโบราณคดีสาว บุตรสาวคนเดียวของ พลเรือเอกมรุต ผู้บัญชาการทัพเรือ ถูกเรียกตัวกลับมาประจำที่ดินแถบตะวันออกโดยด่วนจากข่าวการศึกษาและทำการค้นพบซากเรือโบราณใต้สมุทรที่จ.ระยอง ก่อนที่จะย้ายไปประจำไซต์เมธาวลัยจึงถือโอกาสใช้เวลาอันน้อยนิดพักอยู่กับครอบครัว แต่ ฉวี แม่บ้านคนสนิทของเมธาวลัยที่เลี้ยงคุณมาแทนอารีย์ แม่ของเมธาวลัยที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เมธาวลัยยังเด็กเกิดเป็นห่วง ไม่อยากให้ออกไปทำงานไกล ๆ อีกเพราะตั้งแต่เป็นนักโบราณคดีมาเมธาวลัยก็ต้องตระเวนไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำจนแทบไม่ได้อยู่บ้าน ฉวีอยากให้เมธาวลัยทำงานเป็นหลักแหล่ง แต่งงานสร้างครอบครัวเหมือนที่ผู้หญิงควรจะทำ แต่เมธาวลัยกลับคิดว่าการให้ผู้หญิงแต่งอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเป็นแม่บ้านเป็นความคิดที่ล้าสมัยแล้ว และคุณก็รักอาชีพของตนมากจึงขอทำงานที่ระยองให้เสร็จก่อนแล้วจะพิจารณาอีกที

          ระหว่างที่พักอยู่บ้านที่สัตหีบ เมธาวลัยออกไปวิ่งริมสมุทรแล้วเจอกลุ่มนายทหารนาวิกโยธินกำลังอยู่ระหว่างการวิ่งออกกำลังกายเหมือนกันร้องเพลงแซว คุณรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าตัวครูฝึกที่เป็นตัวตั้งตัวตี เลยหนีกลับมาบ้าน แต่กลับมาเจอ เรือเอกประสุต ครูฝึกคนนั้นอีกทีที่บ้านตัวเอง พร้อมกับ นพพันธ์ เพื่อให้นรุ่นน้องของประสุต มรุตแนะนำให้เมธาวลัยรู้จักว่าเขาเป็นครูฝึกนาวิกโยธินกับทำงานเป็นหน่วยจู่โจมใต้น้ำ ที่เรียกกันว่ามนุษย์กบ หรือ SEAL เป็นคนมีความสามารถมาก แต่เมธาวลัยกลับไม่ชอบขี้หน้าประสุตไปแล้วเลยได้แต่พูดจาเหน็บประสุตไปมา ประสุตก็ไม่ปลื้มเมธาวลัย จึงพูดจาทำนองว่าเขาก็ไม่สนผู้หญิงอย่างคุณ ทำให้ความข้องเกี่ยวของทั้งคู่เริ่มได้ไม่ค่อยดีนัก เมธาวลัยหงุดหงิดหนีขึ้นห้องตัวเองไปโดยไม่รู้เลยว่าประสุตถูกเรียกมารับคำสั่งจากมรุต ให้ไปประจำที่ระยองเพื่อให้ช่วยงานสำรวจโบราณวัตถุใต้น้ำ ที่เดียวกับที่เมธาวลัยต้องไป
หญิงแต่งอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเป็นแม่บ้านเป็นความคิดที่ล้าสมัยแล้ว และคุณก็รักอาชีพของตนมากจึงขอทำงานที่ระยองให้เสร็จก่อนแล้วจะพิจารณาอีกที

เรื่องย่อตะกรุดโทน

เมื่ออานุภาพของตะกรุดโทน และเหล็กไหล รวมไปถึงทองเถื่อน นำมาซึ่งความโลภและการตามล่าเพื่อให้ครอบครอง ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เช่นเขา จึงต้องร่วมมือกับอดีตนักโทษชายหนุ่มเพื่อให้กำจัดเหล่าร้าย โดยมีชีวิตและหัวใจเป็นพนัน

กรุงเทพฯ พ.ศ.2505 มีการขนย้ายนักโทษจากเรือนจำที่กรุงเทพ ไปยังเรือนจำที่นครราชสีมาซึ่งเป็นเรือนจำที่มีความปลอดภัยสูงสุด มีนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ถูกขนย้ายไปผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย “มะฮาแว” “อุสมาน” “ไข่นุ้ย” เป็นกลุ่มนักโทษปล้นฆ่าพื้นเพมาจากพัทลุง “สยุมภู” นักโทษฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐหลายคดี และยังมี “แทน ปากน้ำโพ” นักโทษคดีลักเล็กขโมยน้อยที่ฝากไปขึ้นศาลที่นคราชสีมากับเที่ยวนี้ด้วย แต่เมื่อขบวนรถขนนักโทษมาถึงดงพญาไฟ มีกลุ่มชายฉกรรจ์ปิดบังใบหน้าเผ่านาโจมตี เพื่อให้ชิงตัวมะฮาแว อุสมาน และไข่นุ้ย เกิดการจลาจลและยิงต่อสู้กัน สยุมภูแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ เขาปลอมเป็นนักโทษปะปนเผ่านาเพื่อให้รักษาความปลอดภัย เขาตามล่ามะฮาแว แล้วลั่นกระสุนใส่มะฮาแว ปรากฏว่ามะฮาแวหนังเหนียว เขาอาบน้ำว่านเป็นไสยเวทย์

สายพัทลุง และอย่างทันที มะฮาแวยิงเข้าใส่สยุมภู กระสุนทะลุอกตกลงไปในหุบเหว แทนใช้จังหวะชุลมุนหนีเข้าป่าไปได้

เขตป่าดงพญาไฟเป็นป่าที่รกทึบ มีอันตรายทั้งจากสัตว์ร้ายและไข้ป่า ยากที่ใครจะดำรงชีวิตอยู่ได้ นอกจาก “เสือสัก” และกลุ่มโจรในชุมเสือ อันได้แก่ “เสือฝ้าย” ผู้คงกระพันจากเขี้ยวเสือ และหนังหน้าผากเสือ “เสือเคียว” “เสือแคน” หลังจากเกิดเหตุแหกคุกหนึ่งวัน “เนตรทราย” บุตรสาวเสือสัก ไปพบสยุมภูนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ จึงช่วยนำตัวมารักษา โดยมี “บุญรอด” “มะไฟ และ “ตาชื้น” ดูแล เสือสักยอมให้สยุมภูอยู่ที่ชุมเสือเพราะคิดว่าสยุมภูเป็นนักโทษแหกคุก

“ผู้การประเสริฐ” “หมวดสยุมภู” “หมวดประชา” รีบเดินทางมาตั้งหน่วยเฉพาะกิจไล่ล่าพวกมะฮาแว นอกจากนี้ยังไล่ล่าเสือสักด้วย เสือสักเป็นโจรที่ทางการตามล่ามาเกือบ 20 ปี แต่ยังจับไม่ได้ เพราะจริง ๆ แล้วเสือสักเป็นคนดีปล้นคนรวยช่วยคนจนปราบคนโกง ประชาชนถึงรักใคร่กันทุกคน คราวนี้ “นวลพรรณ” บุตรสาวผู้การประเสริฐ และ “ผ่องพรรณ” เมียเดินทางมาเที่ยวพักด้วย โดยมี “เบญจรงค์” ลูกชาย “นายตัน” นายธนาคารใหญ่ซึ่งรักใคร่ชอบพอกับนวลพรรณ กับนายตัน และลูกน้อง คือ “สำอาง” คนที่คงกระพันด้วยยันต์มหาอุตม์ และ “อาจารย์ไพรวัลย์” จอมขมังเวทย์ที่สะสมเดียรัจฉานวิชาไว้เต็มร่างกาย จุดประสงค์คือต้องการล่าเอาเหล็กไหลและตะกรุดโทน มาไว้ในครอบครองเพื่อให้ความคงกระพัน

แววมยุรา 8

จักรจัดสวนให้บ้านแวว แววเห็นแนวของไม้พุ่มต้นเล็กๆ ดอกสีม่วงอ่อน แล้วชอบมาก ถามจักรว่าต้นอะไร? จักรถึงกับเหวอ บอกว่านี่ถามจริงๆ เหรอ? แววงง จักรบอกว่าคนอะไร ไม่รู้จักกระทั่งตัวเอง แววยิ่งงงหนัก จักรจึงบอกว่านี่คือต้น แววมยุรา ที่เขาตั้งอกตั้งใจจัดเพื่อให้แววโดยเฉพาะ แววยิ้มปลื้ม ถามกลับว่าทำไมนายถึงดีกับฉัน ทั้งที่ฉันด่านายประจำ จักรไม่ตอบ แววฉุกคิดได้ รีบถามเสียงเครียดว่า หรือนายคิดอะไรกับฉัน จักรอ้ำอึ้ง แต่ก็ทำเป็นเหน็บว่า แววหพอดีเองไปหรือเปล่า ถึงคิดแบบนั้น แววเสนอเงินค่าจ้างให้ แต่จักรไม่รับ บอกว่า ต้นแววมยุราราคาถูกมาก เมล็ดซองละแค่สิบบาท คนจนๆ อย่างตนก็คงมีปัญญาจัดสวนให้ได้แค่นี้ แววบ่นจักรที่ชอบพูดแต่เรื่องจน เรื่องรวย เหมือนพวกมีปมด้อย เกิดเป็นลูกผู้ชาย ถ้ากลัวความจน ก็ต้องขยัน ไม่ใช่มาบ่นกระปอดกระแปดเป็นเด็กๆ อย่างงี้ การที่จักรจัดสวนให้แววคราวนี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเปิดใจที่จะคุยกันมากขึ้น ไม่เจอะกันเป็นต้องปะทะคารมอย่างคู่กัดเหมือนที่แล้วมา

แววชอบใจต้นแววมยุรา จนถึงกับเอาเฟรมพร้อมขาตั้งมาเพ้นท์ภาพสีน้ำมัน จักรเห็นเข้าก็ทึ่ง พึ่งได้รู้ว่าแววมีความสามารถทางด้านศิลปะ ยุให้แวววาดภาพให้เยอะๆ เพื่อให้จัดนิทรรศการแสดงภาพที่แกลเลอรี่ไปซะเลย แววนึกว่าจักรพูดเล่น แต่เมื่อรู้ว่าจักรให้กำลังใจและช่วยเหลือตนจริงๆ ก็เริ่มรู้สึกดีกับจักรมากขึ้น ชลธิชาเห็นดีด้วย กับการแสดงภาพเขียนของแวว เพราะแกลเลอรี่ก็เป็นของนุกูล พ่อของคุณเอง เริงใจกับเอกรินทร์ก็อาสามาช่วย แต่แววก็หมดไฟที่จะวาดรูปต่อ เพราะได้รับการติดต่อจากธนาคารให้ส่งค่างวดผ่อนบ้านที่ค้างร่วมสี่แสนไม่งั้นอาจต้องโดนฟ้องยึดบ้าน ในขณะที่บ้านกำลังจะโดนยึดมาลตี กับวัณณรี กลับสั่งซื้อทีวีจอแบนและชุดโฮมเธียเตอร์มาร้องคาราโอเกะกันสนุกสนาน แววแทบร้องไห้ที่แม่และน้องยังไม่ทราบว่าคุณตกงาน ไม่มีรายได้มาร่วมเดือนแล้ว เงินก้อนสุดท้ายที่ได้จากงานประมูลก็หมดไปกับความฟุ้งเฟ้อของแม่กับน้องไป

แววเศร้า เอกรินทร์มาหา แววจะเอ่ยปากปรับทุกข์ แต่กลับเปลี่ยนใจ เพราะรู้สึกอยากปรับทุกข์กับจักรมากว่า และเมื่อจักรรู้เรื่องที่แววกำลังร้อนเงิน จักรมอบพวงกุญแจรูปดาวที่เป็นคริสตัลสวยใสให้กับแวว พร้อมบอกว่าอยากได้อะไรให้อธิษฐานกับดาวดวงนี้ แววเคืองว่าจักรเล่นไม่รู้เวล่ำเวลา คนยิ่งกำลังเศร้าๆ แต่จักรการันตีว่าขอให้ลองก่อน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ จักรคะยั้นคะยอให้แววเอ่ยคำอธิษฐาน แววไม่เชื่อ แต่ก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด พูดๆ ไปว่าขอให้ได้งานเงินเดือนดีๆ เจ้านายไม่หัวงู และได้ใช้ทักษะมากกว่าเอาหน้าตาเอาร่างกายเข้าไปแลก

ข้ามสีทันดร 1

ก้านวงศ์สนใจในตัวเดือนสิบมาก พยายามตีสนิท แต่คุณก็วางตัวอย่างเหมาะสม เพราะมีแฟนแล้วคือ ลำธาร แต่หลัง ๆ มานี้คุณติดต่อเขาได้ยากขึ้นทุกที เพราะ ม.ล.ยี่สุ่น แม่ของลำธาร รังเกียจครอบครัวคุณที่มีน้องติดยา

          เที่ยงวันรู้ความจริงจากชีวาตม์ว่าเดือนสิบมีน้องชายติดยาจริง และไม่เคยรู้เรื่องที่เขาเคยติดยามาก่อน เที่ยงวันเสียใจจึงพยายามจะขอโทษคุณ แต่ก็มีก้านวงศ์คอยขวางตลอด เมื่อสบโอกาสเขาได้มอบสร้อยข้อมือให้คุณเป็นการขอโทษ แม้คุณจะไม่รับและบอกว่าไม่ได้โกรธเขาเลย แต่เขาก็ยังการันตีจะให้คุณรับ คุณมีข้อแม้จะว่าจะรับสร้อยก็ต่อเมื่อเขารับคุณเป็นเพื่อให้น เที่ยงวันตกลง ทั้งคู่เริ่มพูดคุยกันจนคนอื่นสังเกตเห็น สวาทวิมลรู้สึกสบายใจขึ้นที่เห็นเที่ยงวันมีเพื่อให้นคุย ส่วนรื่นเริงก็เอาไปเม้าท์จนสนุกปาก ยุพราทนไม่ไหวสวนกลับจนรื่นเริงเงียบไป ทำให้ชีวาตม์เริ่มสนใจในตัวคุณ เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครปราบแม่ยายของเขาได้

          ชีวาตม์เตือนเที่ยงวันว่าเดือนสิบมีแฟนแล้ว แต่เที่ยงวันไม่สน บอกว่าคุณยังไม่แต่งงาน เขามีสิทธิ์ที่จะคุย ไม่แน่คุณอาจเปลี่ยนใจก็ได้ เดือนสิบตื่นตระหนกใจเรื่องลำธารที่ทำตัวห่างเหินไปทุกที เที่ยงวันบอกให้คุณตัดใจจากลำธาร เพราะคนรักกันต้องไม่หายไปอย่างนี้ คุณไม่พอใจและพยายามหลบหน้าเขา มันทำให้เที่ยงวันรู้สึกเหมือนโลกของเขากำลังจะหลุดลอยไป ชีวาตม์คิดแผนกับยุพราให้ทั้งคู่ได้คุยกัน สุดท้ายเดือนสิบจึงใจอ่อนยอมคืนดีด้วย

          ตลอดการเดินทางเที่ยงวันสนิทสนมกับ วาวาตู ชายหนุ่มผิวสีตัวใหญ่ ที่คอยตามขายของที่ระลึกและอีกสารพัดเท่าที่จะสรรหามาได้ เขาขายรูปถ่ายให้กรุ๊ปทัวร์ เที่ยงวันเป็นลูกค้าประจำของวาวาตู สิ่งที่เขาซื้อคือรูปถ่ายของเดือนสิบ ส่วนคนที่รังเกียจวาวาตู ก็คือรื่นเริงและก้านวงศ์ เมื่อรื่นเริงทำแหวนหาย ก้านวงศ์กล่าวหาว่าเที่ยงวันเป็นคนเอาไป และผูกเรื่องให้วาวาตูเป็นคนขายยาเสพติดให้จนทุกคนคล้อยตาม แม้แต่สวาทวิมลก็แทบเชื่อไปด้วย มีแต่เดือนสิบที่มีความมั่นใจในตัวเขา เที่ยงวันสงสารวาวาตู เพราะเป็นคนดีขยันทำงานเลี้ยงครอบครัว เขารับรองว่าวาวาตูบริสุทธิ์ เดือนสิบประทับใจเที่ยงวันที่ปกป้องวาวาตู และสงสารที่ถูกมองว่าไม่ดีเพียงเพราะเคยติดยา

ปาฏิหาริย์รักแม่โพสพ 2

ในขณะที่ภาคภูมินั่งกินนอนกิน แต่งหล่อ หวีผมเรียบ อยู่บ้านฟังเสียงตุ๊กแกกับจิ้งจกไปวันๆจนเบื่อ ภาคภูมิจึงตัดสินใจไปที่นา ภาคภูมิมองทุกคนช่วยกันทำนาอย่างยากลำบาก แต่ทุกคนกลับสุขสบาย พ่อเรียกให้ภาคภูมิมาช่วยเตรียมดิน ภาคภูมิไม่ทำ ธิดาขวัญข้าวจึงหลอกภาคภูมิว่าถ้าไม่ทำ จะเสกให้สลับร่างกับควาย!! วินาทีนี้ภาคภูมิไม่กลัวอะไรทั้งนั้นนอกจากขวัญข้าวที่เอาแต่ขู่ให้ทำนั่นทำนี่ต่างๆนานา โดยที่ภาคภูมิไม่รู้เลยว่าธิดาขวัญข้าวไม่มีพลังที่จะเสกอะไรทั้งนั้น เขากำลังโดนหลอก!!

ภาคภูมิที่รักสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ จำต้องเอาเท้าเหยียบลงบนดินโคลนอย่างขยะแขยง ทว่าพอเขาหันไปเห็นกิ้งกือไส้เดือน ภาคภูมิก็หน้ามืดเป็นลมล้มลงไปทันที

ภายหลังที่ขวัญข้าวเอาแต่สนุกอยู่กับการแกล้งภาคภูมิอยู่นาน ก็อดเป็นห่วงชาวนาตัวจริงอย่างความหวังที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไม่ได้ ในเย็นวันนี้ จะมีการเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับตัวแทนบริษัทโอเอ็มจีจากอเมริกาเพื่อให้คุยเรื่องสัญญา แต่ความหวังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ซักคำ เทพธิดาขวัญข้าวจึงบอกว่าถ้าเขาถามอะไรก็ให้ตอบแค่ Yes, No, Ok, ไอ แปลว่าฉัน และยูแปลว่าคุณ thank you แปลว่าขอบคุณ ถ้าความหวังจำได้แค่นี้ ก็เอาตัวรอดได้แล้ว!!

ทว่าความหวังก็ทำเสียเรื่องจนได้ เมื่อความหวังพูดผิดพูดถูกจนต้องตามล่ามมาเป็นการเร่งด่วน การสนทนาธุรกิจจึงสามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง ทว่าเมื่อความหวังได้ฟังสัญญาที่เอาเปรียบชาวนามากๆๆๆความหวังก็ของขึ้น เทศนาฝรั่งยกใหญ่ก่อนจะยกเลิกสัญญาทันที

เช้าวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่าความหวังฉีกสัญญากับต่างชาติ ข่าวนี้เป็นที่ชอบใจของชาวนาทั่วประเทศ นั่นหมายความว่าสัญญาที่ทุกคนกลัวได้ถูกยกเลิก! ยกเว้นภาคภูมิที่โมโหจัดที่บริษัทของเขากำลังจะพังพินาศเพราะความสามารถความหวัง เทพธิดาขวัญข้าวจึงฉวยโอกาสนี้บอกภาคภูมิว่าถ้าไม่อยากให้บริษัทพังก็ให้รีบๆไปไถนา

ความหวังเคลียร์งานที่บริษัท และหาจังหวะกลับไปหาภาคภูมิที่นาบ้านเกิด เพื่อให้หาทางสลับร่างกลับ แต่ธิดาขวัญข้าวบอกว่าจะสลับร่างได้ต่อเมื่อภาคภูมิทำนาสำเร็จเท่านั้น!! เมื่อคิดว่าไม่มีทางเลือกทุกคนจึงจำใจรับชะตากรรม ความหวังเอาเงินให้ภาคภูมิไว้ใช้ซื้อของที่จำเป็น ภาคภูมิไม่รอช้ารีบนำเงินไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้า หมวก รองเท้า เจลทาผม เครื่องประทินโฉมทันที

เลือดรักทระนง 2

กระถินถูกพุดกรองรังเกียจเดียดฉันท์ จนแม่นิ่มอดเวทนาไม่ได้ จึงรับเป็นผู้ดูแลขัดเกลา กระถินเอง กระถินจากเด็กทโมนให้แปลงเป็นเด็กที่มีมารยาทและฉลาดเฉลียว คุณรักแม่นิ่มมากเหมือนกับเป็นแม่แท้ ๆ เพราะคุณไม่มีใครในโลกให้รักอีกแล้ว แม่นิ่มสงสารที่กระถินชอบถูกแม่แท้ ๆ และนางละมุดเองก็ชอบด่าว่า ว่าเป็นเลือดโจร แม่นิ่มสั่งสอนให้กระถินได้คิดและเอาดีให้ได้ ว่าจะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งมั่นจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ซึ่งกระถินจดจำไว้เสมอ รามเห็นอกเห็นใจกระถินที่ถูกพุดกรองปฏิเสธ เขาจึงเอ็นดูและให้ความสนิทสนมกับกระถิน จนสร้อยสนน้อยใจเสมอ เพราะรามแสดงความรังเกียจสร้อยสน จนคุณเข้าหน้าเขาไม่ติดเลย ความรู้สึกของรามที่มีต่อกระถินค่อย ๆ พัฒนาและผูกพัน อย่างที่รามเองก็ไม่รู้สึกตัว

ขณะเดียวกันสองพี่น้องราชนิกูลบ้านใกล้เคียง ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ปานปรีย์(อเล็กซ์ เรนเดล)และม.จ.บัวบูชา ปานปรีย์(พิจิตรา สิริเวชพันธ์) ก็ไปมาหาสู่กับคฤหาสน์นารายณ์ตลอด โดยที่ท่านบรรณเอ็นดูกระถิน ให้ความสนิทสนมด้วย และยินดีที่จะอุปการะกระถิน ถ้าหากไม่มีใครต้องการ ทำให้รามหึงหวง ไม่ค่อยพอใจ พุดกรองเองอยากให้คุณชายบรรณคบหากับสร้อยสนก็ต้องผิดหวัง พุดกรองเริ่มเบื่อคุณพระที่แก่ขึ้นทุกวัน คุณจึงแอบลักลอบได้เสียกับนายทด ที่ชายหนุ่มแน่นเข้าขากับคุณมากกว่า

กระถินเริ่มโตเป็นสาวน้อย สดใส ที่เรียนเก่งใน ขณะที่สร้อยสนเป็นเด็กหัวช้า จนต้องเรียนซ้ำชั้นกับกระถิน และชอบทำอะไรไม่ได้ดังใจพุดกรอง ความฉลาดเฉลียวของกระถินเป็นที่ถูกใจคุณพระ คุณพระจึงให้กระถินมาคอยอ่านหนังสือให้คุณพระที่เจ็บออด ๆ แอดๆ ฟัง พุดกรองเริ่มระแวงเพราะกระถินนั้น พอเริ่มเป็นสาวก็สวยคมสมส่วน คุณกลัวว่ากระถินจะประจบเอาใจคุณพระ จนคุณหมดความหมาย

ส่วนรามนั้น ความรู้สึกของเขาได้พัฒนาจนเป็นความรัก ความผูกพันต่อสาวน้อยกระถินอย่างจริงจัง คุณพระส่งรามไปเรียนต่อเมืองนอก ตามที่พุดกรองคาดและหวังไว้ คุณพระให้กระถินเป็นผู้เขียนจดหมายโต้ตอบกับรามแทนเขา โดยแอบหวังให้รามกับกระถินได้รักใคร่ชอบพอกัน กระถินไม่อยากถูกยัดเยียดให้ราม คุณถูกให้เขียนจดหมายให้เขา ตามหน้าที่ ส่วนรามก็รู้สึกสนุกที่จะได้เขียนโต้ตอบกับหญิงสาวที่ตนแอบรัก

สาปดอกสร้อย 5

ขุนพิศณุแสนและดำรู้ว่าพรานเวทย์ได้เงินและทองอย่างมากจากผู้ใหญ่สัก ปลอมตัวเป็นโจรออกปล้น เล่นงานพรานเวทย์หมดสติ ขุนฤทธิไกรและนายเปรื่องเข้าไปขวาง ขุนพิศณุแสนพลิกสภาพการณ์และหลักฐานว่าขุนฤทธิไกรคือโจรป่ารังควานพรานเวทย์ นายเปรื่องช่วยขุนฤทธิไกรไว้ โดยระหว่างนั้นขุนฤทธิไกรตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ในป่า เพื่อให้หาหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน

ผีตายโหงรู้ว่าพรานเวทย์บาดเจ็บรักษาตัว มันเข้าสิงขุนฤทธิไกรไปเล่นงานพรานเวทย์และทุกคนในหมู่บ้าน นางแสงและนวลเผ่านาตามขุนฤทธิไกรกลับบ้าน โดนผีตายโหงในร่างขุนฤทธิไกรเล่นงาน ดอกสร้อยรีบไปเอาตะกรุดที่เคยทิ้งไว้ที่น้ำตก มาคล้องคอขุนฤทธิไกร ผีตายโหงโกรธแค้นคิดว่าผีกะในตัวดอกสร้อยเล่นงานมัน จะฆ่าดอกสร้อยและพวกเอื้องคำ พรานเวทย์ฝืนตัวจากอาการบาดเจ็บใช้มีดหมอเล่นงานผีตายโหง ก่อนวิญญาณผีตายโหงจะดับ ได้บอกความลับกับพรานเวทย์ ว่าผีกะซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน…ไม่ทันพูดจบ ไอ้ไบ้ใช้อาคมฆ่าผีตายโหงดับ หวังเอาหน้าว่ามันเป็นหมอผีที่เก่ง พรานเวทย์ลงโทษไอ้ไบ้อย่างหนัก โกรธแค้นที่ไม่รู้ว่าผีกะอยู่ร่างใคร?

นางแสงสะดุ้งเรื่องผีนอนหมดสติ ขุนฤทธิไกรอยากอยู่ช่วยดูแลแม่ แต่โดนขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักไล่ล่าต้องหนีเข้าป่า ดอกสร้อยอาสาช่วยดูแลนางแสง ข้างฟองจันทร์บังคับให้ซอมพอไปเอาใจนางแสง ซอมพอรับปากแต่กลับไปเป็นลูกมือช่วยเหลือดอกสร้อย รวมทั้งกันท่าไม่ให้เอื้องคำเข้าหานางแสง ดอกสร้อยดูแลจนนางแสงหาย นางแสงรู้สึกดีและยอมรับในตัวดอกสร้อย หากขุนฤทธิไกรหลุดคดีความจะไปสู่ขอดอกสร้อย ดอกสร้อยกลับปฎิเสธเพราะรู้ดีว่าความรักของคุณกับขุนฤทธิไกรไม่มีวันสมหวัง

ผีกะในร่างดอกสร้อยอาละวาดฆ่าคน และมีพลังอำนาจแก่กล้ามากขึ้น ดอกสร้อยไม่อยากกลายเป็นเครื่องมือของผีกะอีกแล้ว หอบผ้าหนีเข้าป่าไปให้ไกลแสนไกล ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยกลับหมู่บ้าน ดอกสร้อยรับความจริงว่าคุณคือร่างของผีกะ คุณฆ่าโจรป่าและคนอย่างมาก ขุนฤทธิไกรไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่เขารักจะเป็นร่างของผีกะและฆ่าคน! ขุนฤทธิไกรเอาเถาวัลย์มามัดมือดอกสร้อยกับเขาไว้…แบกพาดอกสร้อยกลับบ้าน

เทพธิดาป่าคอนกรีต

ชัย (วีระชัย หัตถโกวิท) ผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก มีเมียคือ กอบแก้ว (รัศมี ทองสิริไพรศรี) ติดตามไปขายอาหารในไซด์งานด้วย ทั้งคู่มีลูก 2 คน คนโตชื่อ แววดาว (ตาล-กัญญา รัตนพชร์) ฝันอยากสบาย และไม่ค่อยพอใจความเป็นอยู่ครอบครัวนัก ขณะที่ แววเดือน (เจด้า-ศรัณย่า ชุณหศาสตร์) ลูกคนเล็ก เรียนจบสถาปัตย์ฯ และตั้งอกตั้งใจจะช่วยงานพ่อ 2 พี่น้องมีความฝันที่เหมือนกันคือ มีบ้านให้พ่อแม่อยู่สบายขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อชัยพลัดตกจากนั่งร้านเสียชีวิต ยืนยง (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช) ผู้ช่วยชัย ซึ่งแอบรักแววดาวอยู่ เผ่านาสานต่องานที่ค้าง และช่วยทุกอย่างด้วยความเคารพรักชัย และกอบแก้ว ทั้งที่รู้ว่าถูกแววดาวรังเกียจ แถมยังต้องกลายเป็นขี้ปาก นางเปลี่ยน (ราตรี วิทวัส) และลูก ๆ ที่คอยพูดเหน็บว่าเขาคิดเหมาผู้หญิงทั้งบ้านทำเมีย เหตุการณ์ที่เกิดกับยืนยง อยู่ในสายตา ใยไหม (น้ำฝน-ปริตา ไชยรักษ์) ลูกร้านวัสดุก่อสร้าง ที่ทั้งเห็นอกเห็นใจ และเป็นห่วงยืนยง ชายหนุ่มที่คุณแอบชอบ

บริษัทของ 3 พี่น้อง ยุดาวดี (มาริสา แอนนิต้า), พฤกษ์ (แอมป์-พีรวัศ กุลนัสท์วัฒน์) และพงษ์สิทธิ์ (หมู-ภูษณะ บัวงาม) มีการคัดเลือกสาวสวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แชมพู คู่กับ เมญ่า (แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง) ผู้แสดงที่กำลังจะร่วงในอีกไม่ช้า เพราะไปยุ่งกับ ธรรธนพ (เซน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ผู้ชายของยุดาวดีเข้า เรื่องนี้ทำให้ยุดาวดีโกรธจึงคิดลดหน้าที่คุณลงด้วยการหานางแบบใหม่มาเสริม จึงเป็นโอกาสดีของแววดาว คุณไปสมัครทันทีโดยมีพงษ์สิทธิ์คอยช่วยเพราะถูกใจคุณอยู่ แววเดือนผลักดันพี่สาวสุดกำลัง แต่หลังจากแววดาวได้งานนี้ แววเดือนก็ถูกกันออกห่าง อนุชา (เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) ผู้จัดการซึ่งดูแลแววดาว อ้างว่าพื้นฐานครอบครัวจะเป็นตัวถ่วงไม่ให้ดัง จากนั้นก็ให้แววดาวย้ายไปอยู่ลำพังที่คอนโด ตามคำสั่งพงษ์สิทธิ์ เพื่อให้เขาจะได้ใกล้ชิดคุณโดยไม่มีแววเดือนคอยขวาง แต่ชายชายหนุ่มที่แววดาวรักตั้งแต่ต้นพบกลับเป็นพฤกษ์พี่ชายของเขา โดยแววดาวก็ไม่รู้ว่าพฤกษ์นั้นมีใจให้น้องสาวต่างหากไม่ใช่ตัวคุณ